ความเข้าใจการตั้งครรภ์ลูกแฝดจากกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF และ ICSI

  • 0 ตอบ
  • 23 อ่าน


วันนี้ Superior A.R.T. จะพาทุกท่านมาเรียนรู้และทำความเข้าใจกันว่าการตั้งครรภ์ลูกแฝดเกิดขึ้นจากการทำ IVF ได้อย่างไร? และมีสิ่งใดบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ลูกแฝด

การตั้งครรภ์แฝดเกิดขึ้นได้จากการที่มีตัวอ่อนมากกว่าหนึ่งตัวอ่อน ฝังตัวและเจริญเติบโตในโพรงมดลูก (แฝดชนิดนี้ เรียกว่าแฝดเทียม หรือ Dizygotic twins) แต่หากตัวอ่อนหนึ่งตัวแตกตัวออก และเจริญเติบเติบโตเป็นทารกสองคน เรียกว่าแฝดแท้ หรือ Monozygotic twins กระบวนการดังกล่าวนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งตามธรรมชาติและด้วยกระบวนการเทคโนโลยีการช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว หรือการทำ IVF และการทำ ICSI [pr]

การตั้งครรภ์ลูกแฝดเกิดขึ้นในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF | ICSI ได้อย่างไร?
การตั้งครรภ์ลูกแฝดอาจเกิดขึ้นได้จากการทำเด็กหลอดแก้ว หรือการทำ IVF และการทำ ICSI จากการย้ายตัวอ่อน (embryo) หลายตัวกลับเข้าสู่มดลูกของฝ่ายหญิง และเกิดการฝังตัวของตัวอ่อนมากกว่าหนึ่งตัว ทำให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดตามมานั่นเอง

มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่ผู้เข้ารับการรักษาจะตั้งครรภ์ลูกแฝดในกระบวนการ IVF?
โอกาสการตั้งครรภ์ลูกแฝดจากกระบวนการการทำเด็กหลอดแก้ว หรือการทำ IVF และการทำ ICSI ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ จำนวนตัวอ่อนที่ย้าย, อายุฝ่ายหญิง, และสาเหตุภาวะมีบุตรยากของผู้เข้ารับการรักษา ยิ่งมีการย้ายตัวอ่อนมากเท่าใด โอกาสในการตั้งครรภ์แฝดก็ยิ่งสูง และจะยิ่งสูงขึ้นอีกในผู้หญิงที่มีอายุน้อย การปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน IVF โดยตรง จะช่วยให้คุณทราบและเข้าใจโอกาสของการตั้งครรภ์แฝดจากการทำ IVF ของคุณได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น



ควรทำอย่างไรหากต้องการมีลูกแฝดด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF | ICSI?
ลำดับแรกขอแนะนำให้คุณศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการตั้งครรภ์แฝดอย่างละเอียดถี่ถ้วน และปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางโดยตรง การตั้งครรภ์ลูกแฝดนั้น มีข้อกังวลหลายประการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่:

การตั้งครรภ์แฝดมักมีภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญหลายอย่าง เช่น การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักทารกแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นทารกเสียชีวิต ซึ่งอาจส่งผลให้ทารกมีปัญหาสุขภาพที่รุนแรงทั้งในระยะสั้น และระยะยาว อาจมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษในหออภิบาลทารกแรกเกิด (NICU) ซึ่งอาจทำให้ครอบครัวเหนื่อยทั้งทางกาย, ทางอารมณ์และทางการเงิน หรือกล่าวโดยสรุปคือ การตั้งครรภ์ลูกแฝด มีโอกาสที่จะเกิดปัญหามากกว่าการตั้งครรภ์เดี่ยว

ควรทำอย่างไรเพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์แฝดในการทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF | ICSI ?
ในอดีต แพทย์มักย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในมดลูกให้มากที่สุด เพื่อต้องการเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนขั้นสูง ทำให้การเลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะบลาสโตซิสต์ มีโอกาสฝังตัวสูง การย้ายตัวอ่อนเพียงตัวเดียวก็มีอัตราผลสำเร็จที่ค่อนข้างสูง และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทั้งหมด (หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงบลาสโตซิสต์ของเรา คลิกที่นี่)

นอกจากนี้ หากคุณเลือกที่จะย้ายตัวอ่อนทีละหนึ่งตัวคุณสามารถเก็บรักษาตัวอ่อนที่เหลือไว้ใช้ในภายหลัง โดยการแช่แข็งตัวอ่อน ด้วยเทคนิค Vitrification ตัวอ่อนของคุณจะถูกเก็บรักษาไว้ได้อย่างยาวนาน และคงคุณภาพสูง หากเก็บรักษาไว้ในห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสูง และได้รับการดูแลอย่างดี ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบปริมาณไนโตรเจนเหลวและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ หากต้องการตั้งครรภ์อีกครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มกระบวนการ IVF ตั้งแต่ขั้นตอนแรก แต่สามารถนำตัวอ่อนแช่แข็งมาละลายใช้ ในขั้นตอนที่เรียกว่า Frozen Thaw Embryo Transfer (FET) ได้เลย

คำถามสุดท้าย หากเลือกย้ายตัวอ่อนเพียงตัวเดียว ยังมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์แฝดอยู่หรือไม่?
แม้ว่าจะไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปได้และไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อนจากการทำ IVF แต่อย่างใด แต่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการตั้งครรภ์แฝดที่เรียกว่า แฝดแท้ หรือ Monozygotic twins

การตั้งครรภ์แฝดแท้ ไม่ได้เกิดจากไข่สองใบ ตัวอ่อนสองตัว แต่เกิดจากไข่เพียงใบเดียว (หรือจากการย้ายตัวอ่อนเพียงตัวเดียว) ที่เกิดการแบ่งหรือแยกตัวออกเป็นสองตัวอ่อนในระหว่างกระบวนการแบ่งเซลล์ และเจริญเติบโตกลายเป็นทารกในครรภ์ 2 คน หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า ฝาแฝดแท้ ที่มียีนเหมือนกันทั้งหมด มีเพศเดียวกัน และมักจะมีลักษณะภายนอกเหมือนกันทุกประการ

IUI อีกทางเลือกของคนมีลูกยาก
ปัจจุบัน วิธีช่วยรักษาผู้ที่มีบุตรยากนั้นมีหลายวิธี ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้ผลและเป็นที่นิยมในปัจจุบันคือ IUI (Intra-Uterine Insemination)



IUI คือ วิธีการฉีดน้ำเชื้ออสุจิเข้าโพรงมดลูก โดยการนำเชื้ออสุจิไปเตรียมในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ได้อสุจิที่เคลื่อนไหวได้ดี ฉีดกลับเข้าไปในมดลูกของฝ่ายหญิง ในช่วงเวลาตกไข่ เพื่อให้ไข่และอสุจิ เข้าไปเจอกันได้ง่ายขึ้น และปฏิสนธิตามธรรมชาติต่อไป

ข้อดีของ IUI
● ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
● มีความปลอดภัย
● สามารถทำติดต่อกันหลายรอบเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จ
● ค่าใช้จ่ายไม่แพงเมื่อเทียบกับการรักษาวิธีอื่นๆ

แต่ IUI อาจไม่สามารถใช้ได้ ในกรณีที่ฝ่ายหญิงมีปัญหาท่อนำไข่ตัน หรือคุณภาพและจำนวนอสุจิน้อยมากเกินไป

IUI ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากได้อย่างดีทีเดียวค่ะ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงได้ที่ Superior A.R.T. Thailand